รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2561
ระดับ : ดีเด่น
ชื่อผลงาน : ประชารัฐ-สานพลังน่านพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ
ประเภท : พัฒนาการบริการ
หน่วยงาน : กรมปศุสัตว์
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดน่าน

        สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดน่านได้เล็งเห็นถึงปัญหาความยากจนและปัญหาตัดไม้ทำลายป่าจนเกิดภูเขาหัวโล้นเป็นจำนวนมากในพื้นที่

จึงได้จัดทำโครงการประชารัฐสานพลังนำนพัฒนาอาชีพกรเลี้ยงโดเนื้อขึ้นเพื่อมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด

เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ไม่ถูกต้องปรับเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคเนื้อแทน โดยได้รับการสนับสนุนโคจากโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตาม

พระราชดำริมาช่วยดำเนินโครงการ


        จังหวัดน่านมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ จึงส่งผลให้จังหวัดมีพื้นที่ทำกินน้อย ประกอบกับเกษตรกร

ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีอาชีพที่มั่นคงจนหันไปตัดไม้ทำลายป้าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขยายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่เกือบครบทุกอำเภอ

ในจังหวัดน่านจนทำให้เกิดภูเขาหัวโล้น รวมถึงการเผาป้าอันทำให้เกิดหมอกควัน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขอนามัยของ

ประชาชนโดยรวม


        สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดน่านจึงได้จัดทำโครงการประชารัฐ-สานพลังน่าน พัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือ

เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดน่าน เร่งส่งเสริมเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่

ไม่ถูกต้อง ใหจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรและปรับเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคเนื้อทดแทนและขอรับการสนับสนุนโคจากโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตร

กรตามพระราชดำริ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกษตรกรมีอาชีพที่

มั่นคงและลดปัญหามลภาวะเป็นพิษจากการบุกรุกทำลายป่าอย่างยั่งยืนตลอดไป


        หน่วยงานในกรมปศุสัตว์ได้นำโครงการประชารัฐ-สานพลังน่านพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ ไปใช้เป็นต้นแบบและปรับใช้ในการดำเนินการ

ที่คล้ายคลึงกันให้เหมาะสมกับบริบทและปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่

        (1) เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของกลุ่มเพื่อสร้างความผูกพัน ความภาคภูมิใจให้กับผู้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ โดยไม่ใช้ผลประโยชน์

             เป็นเครื่องชี้นำแต่เพียงอย่างเดียว

        (2) เกิดการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยนำศักยภาพที่มีของหน่วยงานมาใช้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือเกษตรกร และ

        (3) สนับสนุนการสร้างระบบกลุ่มและแกนนำเกษตรกร ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเกษตรกรด้วยกันและเกิดความผูกพันใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่เป็น

            การช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีในหมู่เกษตรกรด้วยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน


        ผลการดำเนินงาน

        1. ได้รับมอบผืนป่ากลับคืนมา ประมาณ 3,000ไร่เศษและคาคว่าจะได้รับไม่น้อยกว่า 10.000 ไร่ ใน 5 ปีแรก

        2. อาชีพที่ยั่งยืนของเกษตรกร เกิดรายได้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีหันมาใช้ปุ๋ยจากมูลโคแทนในการทำเกษตรกรรม สามารถดึงลูกหลานที่ไปทำงานใน

            เมืองใหญ่หันกลับมาประกอบอาชีพด้านการเกษตรด้วยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์


        โคเนื้อแลกพื้นที่ป่า

        1.เกษตรสร้างโรงเรือนและปลูกพืชอาหารสัตว์และลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดลงไม่น้อยกว่า 5 ไร่

        2.โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษกรตามพระราชตำริให้เกษตรกรยืมโคเนื้อเพศเมียจำนวน 5 ตัว ไปเลี้ยง

        3.คืนลูกโคเพศเมียอายุ18 เตือน 5 ตัว ให้โครงการนำไปขยายผลต่อ

        4.เกษตรกรทำตามเงื่อนไขครบ 5 ปีใด้รับโคเป็นของตนเอง

        5.สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดน่านสงมอบพื้นที่ให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่



LINK ที่เกี่ยวข้อง :