รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2561
ระดับ : ดีเด่น
ชื่อผลงาน : วังม่วง-ปราสาทใต้ หมู่บ้านต้นแบบพิชิตความยากจน
ประเภท : พัฒนาการบริการ
หน่วยงาน : กรมพัฒนาที่ดิน
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓

        สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมาได้จัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับเกษตรกรบ้านวังม่วงและบ้านปราสาทใต้

จังหวัดนครราชสีมาโดยการปรับเปลี่ยนการผลิตพืชจากพืชเชิงเดี่ยวเป็นไร่นาสวนผสมการขุดบ่อน้ำในพื้นที่ดินเค็มเพื่อเลี้ยงปลาการปรับปรุง

บำรุงดินและปรับพื้นที่นาให้เหมาะกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้หลายท่างและมีความมั่นคทางด้านราคา อันจะนำ

ไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนในที่สุด


        หนึ่งในปัญหาสำคัญของเกษตรกรไทยที่ต้องเผชิญ คือ ปัญหาความยากจนและหนี้สินจ๋านวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรต้องละทิ้งถิ่นฐาน

บ้านเกิดเพื่อเข้ามาทำงานหาเงินในเมืองและก่อให้เกิดปัญหาสังคมในพื้นที่ตามมาบ้านวังม่วงและบ้านปราสาทใต้ อำเภอโนนสูงจังหวัดนครราชสีมา

ประสบกับปัญหาดังกล่าวเนื่องจากการปลูกข้าวทำได้เพียงปีละ 1 ครั้งและลักษณะทางกายภาพในพื้นที่นี้มีปัญหาดินเค็ม มีปัญหาภัยแล้ง


        กรมพัฒนาที่ดินมุ่งเน้นเรื่องดินและน้ำเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะการมีดินดีน้ำดีทำให้เกษตรกรสามารถที่จะผลิตพืชและเลี้ยงสัตว์ได้

ตามต้องการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมาจึงได้นำศาสตร์พระราชา มายึดเป็นแนวคิดหลักในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ 1. เกษตรทฤษฎีใหม่ใช้ในการจัดสรร

ที่ดินของเกษตรกรให้มีความเหมาะสม แบ่งที่ดินออกเป็น 4 ส่วนได้แก่นาข้าวพืชไร่พืชสวนบ่อน้ำและที่อยู่อาศัยโดยปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว

เป็นไร่นาสวนผสมและมีการขุดบ่อน้ำสำหรับเลี้ยงปลาทำให้เกษตรกรสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 2. เข้าใจ เข้าถึงพัฒนาใช้ในการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้เกิดพัฒนาที่สอดคล้องกับภูมิสังคมและบริบทในพื้นที่โดยเจ้หน้าที่ได้มีการ

วิเคราะห์สภาพปัญหาร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านและหมอดินอาสาในพื้นที่ มีการทำประชาคมเกษตรกรโดยให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ

จนทำให้เกิดการพัฒนาที่ตรงกับความต้องการเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตจนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองได้


        วังม่วง - ปราสาทใต้ ได้กลายเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการพัฒนาการทำการเกษตรให้กับเกษตรกรต่างพื้นที่ โดยสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา

ได้ถ่ายทอดให้กับเกษตรหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อขยายผลความสำเร็จต่อไปทั้งนี้ ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือการสร้างการยอมรับจากเกษตรกรที่ต้องปรับ

เปลี่ยนรูปแบบการเกษตรไปจากเดิม การทำงานในเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ และความร่วมมือจากเครือข่ายในพื้นที่


        ผลการดำเนินงาน

        1. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยมีรายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 128,00 ถึง 190000 บาทต่อปี เนื่องจากสามารถลดต้นทุนการผลิตได้

            ประมาณ200 บาทต่อไร่และเพิ่มผลลิตร จาก 145 กิโลกรัมต่อไร่เป็น 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและ

            หนี้สินของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

        2. เกษตรกรกลับสู่ถิ่นฐานเมื่อโครงการฯ ช่วยให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นเกษตรกรที่ละถิ่นฐานจึงกลับมาประกอบอาชีพในพื้นที่ของตนเองทำให้

            สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งขึ้นเด็กได้รับการ์ดูแลจกพ่อแม่ของต้นเองซึ่งจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นอันเนื่องมา

            จากปัญหาครอบครัวต่อไป


        เปลี่ยนความคิดปรับวิธี

        1.จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำไร่นาสวนผสม

        -     ขุดคูน้ำตามแนวขอบเขตพื้นที่ให้มีน้ำร้อยละ 30 AMM

        -    นำดินที่ขุดขึ้นมาปลูกไม้ผลเศรษฐกิจ

        -    คูน้ำใช้เลี้ยงปลาได้

        2.ขุดบ่อน้ำในพื้นที่ดินเค็ม(ปลูกพืชไม่ได้)

        -      เลี้ยงปลานิล ซึ่งสามารถเลี้ยงและเจริญเติบโตในพื้นที่เค็มได้ดี

        3.การผลิตข้าวอินทรีย์และเมล็ดพันธุ์ข้าว

        -       ปรับพื้นที่นาให้เรียบสม่ำเสมอ ง่ายต่อการจัดการปรับปรุงบำรุงดิน

        -      เพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน สำหรับผลิตพืชอินทรีย์

        -    ทำคันนาให้ใหญ่ขึ้นสำหรับการปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว




LINK ที่เกี่ยวข้อง :