รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2561
ระดับ : ดีเด่น
ชื่อผลงาน : ชลวิถี : วิธีส่งน้ำบนดอย (Highland Irrigation System)
ประเภท : พัฒนาการบริการ
หน่วยงาน : กรมพัฒนาที่ดิน
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง (ศพล.) สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๖

        ผลงานชลวิถี :วิธีสงน้ำบนดอย ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความเลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรน้ำการกระจายน้ำที่ไม่ทั่วถึงพื้นที่

การเกษตรของเกษตรกรความขัดแย้งและการแย่งชิงน้ำ โดยใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหาได้แก่การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำและกำหนดกติกาใน

การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเท่าเทียมกันโดยใช้ระบบการกระจายน้ำเข้าสู่แปลงเกษตรกรเป็นเครื่องมือในการสร้างความเสมอภาค


        งานพัฒนาที่ดินในพื้นที่โครงการหลวงด้านการจัดทำระบบส่งน้ำบนพื้นที่สูงในพื้นที่การเกษตรในระยะเริ่มแรก มีรูปแบบคือการส่งน้ำ

จากฝายกรมพัฒนาที่ดิน-ท่อส่งน้ำ-บ่อพักน้ำกรมพัฒนาที่ดิน (60 ลบ.ม) จากนั้นเกษตรกรสามารถต่อท่อจากประตูส่งน้ำที่ทางกรมพัฒนาที่ดิน

โดยศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง ได้จัดเตรียมไว้ให้เข้าสู่แปลงเกษตรของตนเอง ต่อมาพบปัญหาในการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ

เนื่องจากเกษตรกรแต่ละรายมีต้นทุนทางเศรษฐกิจในการต่อท่อส่งน้ำเข้าสู่แปลงของตนเองไม่เท่ากัน โดยเกษตรกรรายที่มีทุนมากก็สามารถนำ

น้ำไปใช้ในที่ของตนเอง และครอบครองบ่อพักน้ำไว้ใช้เพียงผู้เดียว ก่อให้เกิดปัญหาในการกระจายน้ำที่ไม่ทั่วถึงพื้นที่การเกษตรของเกษตรกร

รายอื่น ๆ ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการใช้เท่าเทียมกัน


        จากปัญหาดังกล่าว จึงเกิดการพัฒนาระบบส่งน้ำบนพื้นที่สูง โดยการกระจายน้ำให้ถึงพื้นที่ของเกษตรกรเป็นรายแปลงมีวัตถุประสงค์

หลักเพื่อให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงสามารถใช้ประโยชน์ที่ดิน และแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นโดยเท่าเทียมกัน มีประสิทธิภาพ โดยมีข้อกำหนดคือเกษตรกร

1 รายจะได้รับการจัดสรรน้ำเข้าสู่แปลงของตนเอง 1 จุด โดยภาครัฐได้เข้าไป


        ก่อสร้างระบบส่งน้ำและกระจายน้ำให้แก่เกษตรกรทุกราย ภายในพื้นที่ดำเนินการที่มีการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ของศูนย์

พัฒนาโครงการหลวง และดำเนินการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำกำหนดกติกาในการจัดสรรน้ำในแต่ละบ่อพักน้ำและระหว่างบ่อพักน้ำ โดยใช้ประสบการณ์

ของเกษตรกรในการกำหนดความต้องการน้ำของพืชที่ปลูก เพื่อสร้างกติกาของกลุ่มร่วมกัน


        โครงการชลวิถีสามารถจัดสรรปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดย1 จุดบ่อพักน้ำ ต่อพื้นที่ดำเนินการ10-15 ไร่

ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่นั้นจะสามารถใช้น้ำได้จำนวน15ครอบครัว รวมทั้งมีการจัดทำโรงเรือนเพื่อการเพาะปลูกพืชแบบประณีตการควบคุมปัจจัยต่าง ๆ

เกษตรกรสามารถวางแผนการปลูกพืชตามความต้องการของตลาดและผลิตพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงได้มากขึ้นทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เกษตรกรมี

สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


        ผลลัพธ์ที่สำคัญ

        1. เกษตรกรมิน้ำใช้อย่างเท่าเทียมผลผลิตทางการเกษตรมีปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของงานส่งเสริมผักศูนย์พัฒนา

            โครงการหลวงม่อนเงาะพบว่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สามารถรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเป็นมูลค่ารวม 8.2 ล้านบาท จากเดิม 5 ล้านบาทในปิ

            งบประมาณ พ.ศ. 2558

        2. เกิดจิตสำนึกและความมีส่วนร่วมในการใช้น้ำลดความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรด้วยกัน เกิดเป้าหมายร่วมกันของชุมชนในการการอนุรักษ์

            ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้ยั่งยืน

        3. มูลนิธิโครงการหลวง สามารถวางแผนและส่งเสริมการผลิตพืชที่ต้องใช้น้ำชลประทานได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด


        แนวทางการดำเนินการ

        1.แนวทางจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำกำหนดกติกาในการจัดสรรน้ำในแต่ละบ่อพักน้ำและระหว่างบ่อพักน้ำใช้ประสบการณ์ของเกษตรกรในการกำหนด

          ความต้องการน้ำสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วม

        2.พัฒนาระบบการจัดการน้ำบนพื้นที่สูงก่อสร้างระบบส่งน้ำ และระบบกระจายน้ำเกษตรกรได้รับการจัดสรรน้ำเข้าสู่แปลงของตนเอง 1จุด

          เท่ากันจากเดิมที่ต่อท่อน้ำเองโดยไม่มีการควบคุมติดมาตรวัดน้ำทุกแปลง เพื่อควบคุมการใช้น้ำ








LINK ที่เกี่ยวข้อง :