รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2561
ระดับ : ดีเด่น
ชื่อผลงาน : ระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบบ่อทรายกรอง
ประเภท : พัฒนาการบริการ
หน่วยงาน : กรมอนามัย
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : ศูนย์อนามัยที่ ๑๐ อุบลราชธานี

        ระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบบ่อทรายกองเนระบบที่ถูกศึกษาและพัฒนาให้เหมาะกับการดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก

ซึ่งมีข้อจำกัดด้งบประมาณพื้นที่และกำลังคน โดยใช้หลักการเพิ่มความรู้ลดความขึ้นเพื่อใช้ทดแทนระบบบำบัดแบบเดิมทีใช้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งใช้เวลา

นากกว่าที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ใช้พื้นที่และงบประมาณก่อสร้างมาก


        ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี มีหน้าที่ในการพัฒนาองค์ความรู้และ เทคโนโลยีในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนมี

สุขภาพดี ได้พัฒนาระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบบ่อทรายกรอง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องโดยเลือกพื้นที่ ถิ่นในการบำบัดสิ่งปฏิกูล

เทศบาลตองโขบอำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เนื่องจากเทศบาลไม่มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลต้องนำสิ่งปฏิกูลไปกำจัดที่เทศบาลนครซึ่งอยู่ห่าง

 25 กิโลเมตร และมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับค่าบริการสูบสวมแพงการสบปฏิกูลไม่หมดและการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ รวมทั้งการที่

จังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่มีอัตราการตายตัวยมะเร็งตับและท่อน้ำดีสูงถึง 61.19 ต่อประชากร 100,000 คน (กรมควบคุมโรค 2548) .หากสามารถ

ตัดวงจรพยาธิด้วยการป้องกันไม่ให้สิ่งปฏิกูลลงแหล่งน้ำได้ การตายด้วยมะเร็งดับและท่อน้ำดีจะลดลง


        เมื่อมีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบบ่อทรายกรองเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่27,312 คน ได้รับบริการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะดวกรวดเร็ว

จากเดิมต้องใช้เวลา1.30 ชั่วโมง/ครั้ง เป็นใช้เวลาเพียง25นาที/ครั้งและลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าบริการสูบสิ่งปฏิกูลไม่มีการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลลด

การปนเปื้อนของลำน้ำพุงซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญของอำเภอ และทำให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอโคกศรีสุพรรณอีก

3 ท้องถิ่น มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งอำเภอ


        ในขณะเดียวกันเทศบาลสามารถลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดสิ่งปฏิกูลได้ปีละ 5,000-10,000 บาท และค่านำมันลดลง 15,600 บาท มีรายได้

จากการจำหน่ายกากปฏิกูลเดือนละ 2,500 บาท (30,000บาท/ปี) ประหยัดงบประมาณในการสร้างระบบบำบัด สิ่งปฏิกูลจาก 3.3ล้านบาทเป็นใช้งบ

ประมาณ เพียง 1.5 แสนบาทเท่านั้น ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบุคลากรสาธารณสุขไปศึกษาดูงานที่พื้นที่ต้นแบบ และมีเทศบาล/อบต.

นำไปสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลเพิ่มขึ้นอีกเป็น 53 แห่ง


        ผลลัพธ์ สามารถบำบัดปฏิกูลให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคและไข่พยาธิ ซึ่งช่วยป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับที่เป็นเชื้อก่อมะเร็งท่อน้ำดี (ไม่พบ

ไข่พยาธิเมื่อบำบัด 17 วันขึ้นไป และค่าเปอร์เซ็นต์ความชื้นของปฏิกูลลดลงเหลือร้อยละ 4 เมื่อบำบัด 18 วันขึ้นไป) รวมทั้งลดการปนเปื้อนของ

แหล่งน้ำจากสิ่งปฏิกูล ระบบใช้งบประมาณและพื้นที่ก่อสร้างน้อย ลดระยะเวลาการบำบัดประชาชนได้รับบริการกำจัดสิ่งปฏิกูลที่สะดวกรวดเร็วและ

ไม่แพง ท้องถิ่นมีรายได้จากการจำหน่ายกากปฏิกูลที่ผ่านการบำบัดเพื่อนำไปเป็นปุ๋ย


        ระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบบ่อทรายกรอง น้ำปฏิกูลที่ผ่านการกรองระบายสู่บ่อซึม ที่มีทรายหยาบ 20 ซม. กรวดเล็กขนาด 3/8 นิ้ว

หนา 20 ซม. กรวดเล็กขนาด 1-2 นิ้วหนา 10 ซม.

- เมื่อรถสูบสวมมาถึงระบบทำการเปิดหลังคาบ่อบำบัดฯ แล้วเทสิ่งปฏิกูลลงในบ่อใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที แล้วปิดหลังคาบ่อหลัง

- ทิ้งไว้ให้แสงแดดอบปฏิกูลเพื่อฆ่าเชื้อโรคและลดความชื้นของกากปฏิกูลด้วยการซึมผ่านทรายกรอง


        ใช้เวลาในการบำบัด 18 วันกากปฏิกูลก็จะแห้งสนิทจนสามารถลด ค่าเปอร์เซ็นความชื้นของกากปฏิกูลและตรวจไม่พบไข่พยาธิหลังจากนั้น

ใช้พลั่วตักกากปฏิกูลออกจากบ่อนำไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยต่อไป



LINK ที่เกี่ยวข้อง :